0
Posted July 30, 2013 by tfbadmin in Health and Lifestyle
 
 

10 ข้อต้องปฏิบัติเพื่อกำจัดสิว

หากคุณต้องการให้หน้าของคุณห่างไกลจากสิว เรามี 10 วิธีมาแนะนำกันค่ะ

1. ทำความสะอาดให้หมดจด

ในแต่ละวันเราเจอทั้งฝุ่นควัน สิ่งสกปรกและมลพิษมากมาย รวมไปถึงสารเคมีต่าง ๆ จากเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้กันอยู่เป็นประจำด้วย ดังนั้นเราจึงต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดที่สุด เพื่อป้องกันสิ่งตกค้างบนผิว ที่อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดสิว และรอยด่างดำได้ โดยควรจะล้างหน้าเป็นประจำทุกเช้า และกลางคืน รวมไปถึงทุกครั้งหลังจากออกกำลังกาย นอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่มีกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) ผสมอย่างน้อย 2% เพราะเป็นสูตรที่อ่อนโยนต่อผิวบอบบางค่ะ

2. ห้ามบีบสิวเด็ดขาด

แม้จะคันไม้คันมืออยากจะบีบสิวบนใบหน้าสักแค่ไหนก็ต้องห้ามใจเอาไว้ เพราะอย่างที่รู้กันว่าการบีบสิวจะทำให้ผิวอักเสบ จนสิวอาจจะเห่อเยอะมากกว่าเดิม และยังทำให้เกิดรอยแผลเป็นอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นก็อย่าเผลอบีบสิวเด็ดขาดเลยนะจ๊ะสาว ๆ

3. ฆ่าเชื้อรอยสิว

แน่ะ สารภาพมาซะดี ๆ ว่าเผลอบีบสิวกันไปแล้วใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะฆ่าเชื้อโรคที่ผิวบริเวณนั้นก่อน ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่มีส่วนผสมของ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ( benzoyl peroxide) 2.5% และกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) ที่จะช่วยกำจัดสิ่งอุดตัน และทำความสะอาดได้ล้ำลึกถึงรูขุมขน

4. หาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิว

สำหรับใครที่มีปัญหาผิว เช่น เป็นสิว และรอยด่างดำ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารประกอบสำหรับรักษาสิวอย่างเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ( benzoyl peroxide) ไกลโคลิก (glycolic) และกรด ซาลิไซลิก (salicylic acid) ผสมอยู่ด้วย และรอดูผลลัพธ์หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปแล้ว 6 เดือน หากปัญหาผิวที่เคยมีหายไป นั่นก็แสดงว่าคุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต่อไปได้ แต่ถ้าหลังใช้ไปแล้ว 6 เดือนผิวก็ไม่ได้ดีขึ้น คงต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อหาชนิดผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้าของคุณต่อไปแล้วล่ะค่ะ

5. ลองใช้เรตินอยด์

เรตินอยด์ (Retinoids) เป็นยารักษาปัญหาผิวกลุ่มใหม่ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมพอสมควร โดยเฉพาะในด้านการลบเลือนริ้วรอยบนผิวหน้า แต่จริง ๆ แล้วเรตินอยด์ยังสามารถช่วยรักษารอยแผลเป็น จุดด่างดำ ป้องกันการเกิดสิว และช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้าได้ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องใช้อย่างถูกวิธี โดยวิธีใช้ก็คือ หยดเรตินอยด์ปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียวบนนิ้วมือ แล้วค่อย ๆ เกลี่ยให้ทั่วใบหน้าทุกคืนก่อนนอนเป็นประจำ เท่านี้ก็จะมีผิวหน้าที่เนียนใสเต่งตึงแล้วล่ะค่ะ

6. ปกป้องผิวจากสิว

แม้ว่าเราจะมีสารพัดวิธีกำจัดสิวให้หายไปได้ในเร็ววัน แต่ถ้าไม่มีสิวบนใบหน้าให้เราต้องหาวิธีกำจัดก็คงจะดีกว่ามากใช่ไหมคะ จะได้ไม่ต้องเสี่ยงมีรอยแผลเป็นและจุดด่างดำบนใบหน้าด้วย ดังนั้นถึงตอนนี้จะไม่มีสิวมากวนใจสักเม็ด แต่เราก็ควรปกป้องผิวจากสิวด้วยการรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ไม่ใช้มือจับต้องหน้าโดยไม่จำเป็น และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันและรักษาสิวอยู่ตลอดด้วย

7. ใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม

การป้องกันสิวมากวนใจเป็นสิ่งที่สมควรจะทำ แต่ก็ต้องทำอย่างพอดี ไม่มากไปและไม่น้อยเกินจนเกิดปัญหาขึ้นได้ โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หากใช้เกินปริมาณ ก็จะทำให้หน้าแห้ง และบอบบางแพ้ง่ายในที่สุด ดังนั้นก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิด ก็ควรต้องอ่านวิธีใช้อย่างละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย

8. ใจเย็น ๆ

ทุกการรักษาย่อมต้องใช้เวลาสักระยะ จึงอาจจะเห็นผลลัพธ์ แม้จะไม่ทันใจแต่ก็พยายามใจเย็นไว้ดีกว่า เพราะยิ่งใจร้อนก็จะทำให้เครียด และพอเครียดร่างกายก็จะผลิตน้ำมันออกมามาก จนอาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวลุกลามบนใบหน้าเราอย่างช่วยไม่ได้ ฉะนั้นหากรู้สึกเครียด แพทย์ผิวหนังก็แนะนำให้หากิจกรรมระบายความเครียดทำ เช่น การออกกำลังกาย รำไทเก๊ก เล่นโยคะ หรือแม้กระทั่งการอาบน้ำอุ่นก็สามารถช่วยขจัดความเครียด และบำรุงผิวให้มีสุขภาพดีขึ้นได้ค่ะ

9. ทาครีมกันแดดเป็นประจำ

ผลิตภัณฑ์ปกป้องสิวทุกชนิดจะทำให้ผิวหน้าของเราบอบบาง จึงอาจจะโดนแสงแดดและยูวีทำร้ายได้ง่ายกว่าปกติ และเพื่อการปกป้องผิวจากริ้วรอย จุดด่างดำและฝ้า เราก็ควรจะทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และควรจะเลือกครีมกันแดดชนิด noncomedogenic ซึ่งเป็นครีมกันแดดชนิดที่ไม่อุดตันรูขุมขนนั่นเองค่ะ

10. ลบเลือนจุดด่างดำจากสิว

แม้จะรักษาสิวจนหมดเกลี้ยงไปจากใบหน้าเราแล้ว แต่เจ้าสิวตัวดีก็ยังคงทิ้งร่องรอยจุดด่างดำเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ซึ่งเราก็ต้องหาวิธีลบเลือนจุดด่างดำเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป เพื่อเผยผิวกระจ่างใส โดยสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) และสารสกัดจากรากชะเอมเทศ (licorice-root extract) ที่สามารถช่วยลบเลือนจุดด่างดำ และกระชับรูขุมขนให้เรียบเนียนจ้า

 

ขอขอบคุณขอมูลจาก : kapook.com