0
Posted September 2, 2013 by tfbadmin in Beauty
 
 

สาระดีๆ เกี่ยวกับฉลากเครื่องสำอางค์

บนฉลากของเครื่องสำอางค์มักจะมีคำบ่งบอกสรรพคุณนานาชนิด แต่คุณทราบหรือไม่ค่ะว่าคำเหล่านั้นมีความหมายว่าอย่างไรบ้าง หากยังไม่ทราบลองมาดูกันเลยนะคะ

1. Antioxidant
รังสีจากดวงอาทิตย์ผสมกับมลพิษต่างๆ ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ (free radicals) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่โลดแล่นได้อย่างอิสระเสรีในร่างกายเราและทำอันตรายต่อเซลล์ ด้วยเหตุนี้ บริษัทเครื่องสำอางค์ต่างๆ จึงต้องเติมสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ แอนติออกซิแดนซ์ เข้าไปในเครื่องสำอางค์ เพื่อช่วยต่อสู้กับศัตรูตัวร้ายเหล่านั้น ตัวอย่างวิตามินหรือสารต่างๆ ที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี ไลโคปีน 9 (lycopene) หรือ กรดอัลฟ่า ลิโปอิค (alpha lipoic acid) เป็นต้น สารเหล่านี้บางชนิดก็สังเคราะห์ในห้องแล็บได้ บางชนิดก็สกัดได้จากพืช เช่น จากชาเขียว เชอร์รี่ องุ่น เมล็ดแอปเปิ้ล เป็นต้น

2. Clinically proven
หมายถึง ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้ว คลินิกในที่นี้ก็อยู่ในห้องแล็บของบริษัทเครื่องสำอางค์นั่นเอง ถึงอย่างไรเครื่องสำอางค์ทุกตัว ก็ต้องผ่านการทดสอบจากห้องแล็บของบริษัทผู้ผลิตก่อนที่จะนำออกวางจำหน่ายอยู่แล้ว คำว่า proven ในที่นี้จึงไม่ได้มีความหมายถึงคุณสมบัติพิเศษอะไรแต่ประการใด

3. Non – comedogenic
โคมีโดน (comedone) เป็นศัพท์ทางสาขาวิชาโรคผิวหนัง หมายถึงรูขุมขนอุดตัน หรือสิวหัวดำ ถ้าผลิตภัณฑ์ใดระบุว่า Non-comedogenic หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นไม่มีส่วนผสมที่ทำให้เกิดรูขุมขนอุดตันได้ค่ะ

4. Dermatologist – tested
หมายความว่า ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้ว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแปลว่าแพทย์ผู้ทดสอบเห็นด้วยหรือให้การรับรองผลิตภัณฑ์ตัวนี้เสมอไป

5. Hypo – allergenic
หมายถึง มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการแพ้ได้น้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำให้แพ้เลย ถ้าผิวของคุณมักเกิดอาการแพ้ได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Hypo-allergenic ก็คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณเลยล่ะคะ

6. Peptides
เพปไทด์เป็นสายสั้นๆ ของกรดอะมิโน (amino acids) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของโปรตีน เพปไทด์แต่ละชนิดทำหน้าที่แตกต่างกันไป  เพปไทด์บางชนิดสามารถทำหน้าที่ส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้ผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น เมื่อผิวหนังผลิตคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น ผิวก็จะแข็งแรง แน่นกระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น เพปไทด์ในครีมบำรุงผิวก็มีหน้าที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนนั่นเองค่ะ

7. Broad spectrum
พบได้ในผลิตภัณฑ์กันแดด ซึ่งมีความหมายว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB ทำให้ผิวไหม้) และรังสียูวีเอ (UVA ทำให้ผิวมีริ้วรอยเหี่ยวย่น) ได้ ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ติดฉลากว่า SPF (Sun Protection Factor) จะช่วยกันรังสียูวีบี ค่า SPF ยิ่งสูง ก็ยิ่งปกป้องได้มากขึ้น ส่วนคำว่า PA++ จะช่วยกันรังสียูวีเอ ยิ่งมีเครื่องหมาย + หลายตัว ก็ยิ่งปกป้องได้มากขึ้น ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ระบุทั้ง SPF และ PA ก็คือ Broad spectrum นั่นเองล่ะคะ

8. Oil free
หมายความว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมันทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันที่ได้จากแร่ธาตุ พืช หรือสัตว์ น้ำมันที่อยู่ในเครื่องสำอางค์อาจจะอุดตันรูขุมขนและก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ออยล์ฟรีจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้มีปัญหาข้อนี้ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : teenee.com