0
Posted June 28, 2013 by tfbadmin in Health and Lifestyle
 
 

สมุนไพรไทยต้านพิษโลหะหนัก

การได้รับพิษโลหะหนัก เช่น ปรอท ตะกั่ว สารหนู แคดเมียม โคบอลต์ เป็นต้น โดยเป็นปัญหาที่เราหลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งโลหะหนักจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของเซลล์ ทำให้เซลล์ตาย เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม ตัวการของการก่อมะเร็ง หากได้รับทีละน้อยจะสะสมอยู่ในร่างกาย และทำให้เกิดความผิดปกติของระบบต่าง ๆ ความรุนแรงของพิษโลหะหนักในแต่ละอวัยวะ ขึ้นอยู่กับชนิดของโลหะหนัก ปริมาณที่ได้รับ ช่องทางที่เข้าสู่ร่างกาย รวมถึงปัจจัยทางร่างกายของผู้ได้รับสารพิษ  วันนี้ thaifashionbrandname จึงมีสมุนไพร 4 ชนิด ที่สามารถต้านพิษจากโลหะหนักเหล่านี้ได้ มาฝากสาวๆ กันค่ะ

1. รางจืด :

 

DSCF0287

 

 

หมอยาพื้นบ้านใช้ในการแก้พิษยาเบื่อ ยาสั่ง ยาฆ่าแมลง พืชพิษ เห็ดพิษ สุราและยาเสพติด รวมทั้ง พิษงู แมลงป่อง ตะขาบ โดยวิธีใช้ในผู้ที่ได้รับพิษรุนแรง ใช้กินใบเพสลาด (ใบที่ไม่อ่อนไม่แก่จนเกินไป) 10 – 12 ใบ ตำคั้นกับน้ำซาวข้าว หรือรากสดที่อายุ 2 ปีขึ้นไป เพียง 1 ราก โขลกหรือฝนกับน้ำซาวข้าวจนขุ่นข้นประมาณครึ่งแก้ว – 1 แก้ว ดื่มเฉพาะน้ำให้หมดทันทีที่มีอาการ หรืออาจใช้รางจืดแห้ง 300 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร ต้มน้ำดื่มครั้งละ 1 แก้ว โดยให้ดื่มขณะอุ่นจะได้ผลดี หรือนำใบหรือรากมาหั่นฝอย ผึ่งลมให้แห้ง บดเป็นผงทำเป็นเม็ดลูกกลอน กินครั้งละ 5 กรัม โดยให้กินทุกหนึ่งชั่วโมงครึ่ง หรือ 2 ชั่วโมง จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ มีรายงานการวิจัยพบว่าสารสกัดใบรางจืดสามารถลดพิษที่เกิดจากสารตะกั่ว ซึ่งส่งผลต่อความจำและการเรียนรู้ของหนูทดลอง ลดการตายของเซลล์ประสาทโดยผ่านกลไกต้านออกซิเดชั่นและรักษาระดับเอนไซม์ caspase-3 ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว โดยไม่มีผลลดระดับสารตะกั่วในเลือดและที่สมอง

2. ขมิ้นชัน :

 

20121121172401

 

 

ขมิ้นชันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ คือ สารเคอร์คูมิน(curcumin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และการเกิดพิษจากโลหะหนักหลายชนิดที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกลไกต้านอนุมูลอิสระดังกล่าว มีการศึกษาพบว่า ขมิ้น ดีกับระบบการป้องกันพิษของแคดเมียมต่อลำไส้ ป้องกันพิษตะกั่วและแคดเมี่ยมต่อสมอง พิษของแคดเมี่ยมต่อไต โดยสารเคอร์คูมินมีผลลดการทำลายโครงสร้างเนื้อเยื่อบริเวณผนังลำไส้ บริเวณเลือดออกลดลง รักษาสมดุลของการหลั่งเมือกในลำไส้ ดังนั้น ผู้ที่อยู่ภายใต้สภาพมลภาะควรหาขมิ้นกินให้ได้ทุกวัน ครั้งละ 1 ช้อนชา วันละครั้ง

3. กระเทียม :

 

HL-884444

 

มีรายงานการศึกษาพบว่า การทดลองกระเทียมมีฤทธิ์ป้องกันและรักษาแคดเมี่ยม และตะกั่วไม่ให้ไปมีผลต่อไต และอวัยวะต่าง ๆ ของหนูทดลอง และช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันในหนูที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำหลังจากที่ได้รับตะกั่วและแคดเมียม ดังนั้น เราจึงควรรับประทานกระเทียม อย่างน้อยวันละ 7 – 8 กลีบ

4. มะขามป้อม :

 

108_20120125115252.

 

มะขามป้อมเป็นผลไม้ที่มีฤทิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีการใช้เป็นยาอายุวัฒนะและบำรุงร่างกายมาอย่างยาวนาน ทั้งยังช่วยแก้ไอได้ดี มีรายงานการวิจัยพบว่า การให้ผลมะขามป้อมบดในขนาด 50 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม พร้อมอาหาร มีผลลดการเกิดพิษของตะกั่วต่อตับและไตในหนูทดลองได้ นอกจากนี้ มะขามป้อมยังป้องกันการเกิดสารอนุมูลอิสระที่เกิดจากการได้รับปรอท ดังนั้น การรับประทานมะขามป้อมเป็นประจำวันทุกวันนั้นเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่อยู่กับมลพิษ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  www.teenee.com